มูรินโญ่ คุมสเปอร์ ครบ 365 วันและคลับไก่ขึ้นนำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก

ภายในเวลาแค่ปีเดียว กุนซือเจ้าของสมญา “เดอะ สเปเชี่ยล วัน” เปลี่ยน สเปอร์สจาก “กุ๊กไก่” ให้กลายเป็น “พญาโต้ง”

เส้นทางยังเหลืออีกยาวไกล ยังบอกไม่ได้หรอกครับว่า พวกเขาจะยืนระยะไปจนถึงบั้นปลายพลางทะยานเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 ได้หรือเปล่า แต่อย่างน้อยๆ สเปอร์ส และนาทีนี้ก็สถาปนาตัวเองขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิงของ”แชมป์เก่า” อย่างชัดเจน

ฤดูกาลปัจจุบัน ทีมสีขาวแห่งลอนดอนตอนเหนือมีขุมกำลังที่มหึมามากขึ้น คุณภาพผู้เล่นของตัวจริงกับตัวสำรองมีความใกล้เคียงกันมากขึ้น ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคี่ยวแย่งชิงความสำเร็จในสมรภูมิแข้งที่ต้องอาศัยความสม่ำเสมอ

คิดง่ายๆ ครับว่าขนาด เดเล่ อัลลี ยังไม่มีที่ว่างบนม้านั่งสำรอง นอกจากนี้ผู้เป็นกุนซือยังค้นพบทั้งระบบการเล่นที่เหมาะสม เช่นเดียวกับผู้เล่นที่ลงตัวในเกือบทุกตำแหน่ง โดยสามารถพลิกแพลง และยืดหยุ่นไปในแต่ละสัปดาห์ ซึ่งพี่แกเคยพูดอยู่เสมอว่ามันไม่มีอะไรตายตัว – ขึ้นอยู่กับคู่แข่งและสถานการณ์เป็นสำคัญ

SAGAME66

เหนือสิ่งอื่นใดคือตัวของ โชเซ่ มูรินโญ่ นี่แหละ สเปอร์ส เป็นทีมที่ขาดวิญญาณเพชฌฆาตมาแต่ไหนแต่ไรแล้วครับ

จิตวิญญาณของพวกเขาไม่กร้าวแกร่งเพียงพอ และนั่นเป็นเหตุผลที่บอกว่าทำไมถึงได้อัตคัตความสำเร็จเป็น ‘ไอ้ขี้แพ้’ มาตลอด ตัวอย่างชัดเจนที่สุดบังเกิดขึ้นในการแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีก เมื่อฤดูกาล 2015-16

ขุมพลังโดยรวม รวมถึงชื่อชั้นและศักดิ์ศรีของพวกเขาเหนือกว่า เลสเตอร์ ซิตี้ ด้วยซ้ำ วิธีการเล่นก็สร้างสรรค์พลางสร้างความสะเด่าให้ท่านผู้ชมมากกว่า

สุดท้ายจึงแพ้ใจและแพ้ภัยตัวเองจนพุ่งแหกโค้งไปชนเสาไฟฟ้าคอหักตายในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเข้าเส้นชัยอย่างน่าเสียดายเหมือนไม่มี SAGAME66 เพียงแต่คำนี้มันดูเป็น “นามธรรม” มากไปหน่อย

โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นผู้จัดการทีมที่จิตใจแข็งแกร่ง ฮึกหาญ ก้าวร้าว และโรคจิต แถมยังมากด้วยบารมีอันเกิดจากความสำเร็จ เขาจึงไม่ต่างจากผู้นำทางจิตวิญญาณให้สโมสรก้าว

ข้ามอาถรรพย์เรื่องวาสนาของตนเอง จึงไม่ใช่แค่เรื่องของแท็คติกเพียงอย่างเดียว การมาของ “มูมู่” ช่วยให้ สเปอร์ส มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น เช่นเดียวกับมีความเป็น “แมตช์วินเนอร์” มากขึ้น

ทีนี้ถอยกลับไปตอนคุมทีมปีศาจแดง เบื้องบนของ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องการกู้ซากแห่งความสำเร็จของตัวเองด้วยกุนซือผู้เชี่ยวชาญในการคว้าแชมป์

ฤดูกาลแรก พี่แกได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากหน่วยเหนือ ก่อนตอบแทนความไว้วางใจด้วยแชมป์ ลีก คัพ และยูโรปา ลีก เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

แม้ในศึกพรีเมียร์ลีกจะได้อันดับ 6 ของตาราง แต่การได้กลับไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยตำแหน่งแชมป์ถ้วยเล็กของยุโรปสำหรับผู้มีจิตศรัทธาในปีศาจแดงอย่างผม ถือว่าดีกว่าติดท็อปโฟร์แล้วได้กลับไปนะครับ เพราะอย่างน้อย แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ได้เพิ่มเกียรติประวัติในทำเนียบแชมป์ 

ติดตามข่าวสารได้ที่ nssafame.com