แฟร้งค์ แลมพาร์ด มีความเป็นไปได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้วว่า เขาจะเข้ามากุมบังเหียน “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี แทนที่ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ที่ตัดสินใจโบกมือลาถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ เพื่อไปรับงานกุมบังเหียน “ม้าลาย” ยูเวนตุส ในช่วงซัมเมอร์นี้

แลมพาร์ด คือหนึ่งในฮีโร่ และตำนานUFABET 369 ของ เชลซี ฉะนั้นการที่เขากลับมายังสโมสรอันเป็นที่รัก ก็ไม่ต่างอะไรกับการคืนสู่เหย้าในบ้านหลังที่สอง แน่นอนว่าแฟนบอลทุกคนย่อมดีใจที่ได้เห็นขวัญใจของพวกเขากลับมาสร้างสรรค์สโมสรให้คืนสู่ความยิ่งใหญ่ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

    สำหรับการกลับมาของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ซึ่งทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการกุมบังเหียน ดาร์บี้ เคาน์ตี้ เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา ในฐานะผู้จัดการทีม ถือว่าต้องพบกับความยากลำบากพอสมควรเพราะเขาไม่สามารถซื้อผู้เล่นที่ต้องการได้เนื่องจากทีมติดโทษแบนห้ามยุ่งเกี่ยวกับตลาดพ่อค้าแข้งซัมเมอร์นี้ และช่วงปีใหม่ 

การทำงานในฐานะเฮดโค้ชของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ไม่ได้เหมือนกับตอนที่เป็นนักเตะอาชีพ เพราะเขากลับมายังรังเก่าพร้อมกับได้รับค่าเหนื่อยแทงบอลสเต็ป เพียงแค่ 5.5 ล้านปอนด์ (ราว 225.5 ล้านบาท) ต่อปี รวมเบ็ดเสร็จประมาณ 16.5 ล้านปอนด์ (ราว 676.5 ล้านบาท) ตลอดระยะเวลาในสัญญา 3 ปี

    อย่างไรก็ตาม รายได้ที่แฟร้งค์ แลมพาร์ด ได้รับก็ยังถือว่าเยอะกว่า ซาร์รี่ ซึ่งได้เงินค่าสมองเพียง 5 ล้านปอนด์ (ราว 205 ล้านบาท) ต่อปี กระนั้นหากมองจากบรรดากุนซือที่ทำงานให้กับสโมสรระดับบิ๊กซิกซ์ อดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษ ถือว่าได้รับเงินน้อยกว่าหลายเท่า เมื่อเทียบกับ มานูเอล เปเยกรีนี่ ผู้จัดการทีม “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นทีมระดับกลางตาราง แต่กล้าที่จะจ่ายเงินให้ถึง 7 ล้านปอนด์ (ราว 287 ล้านบาท) ต่อปี 

    แม้แต่ เซาธ์แฮมป์ตัน ซึ่งถือว่าเป็นสโมสรเล็กกว่า “สิงห์บลูส์” หลายเท่า ยังทุ่มทุนในการจ้าง ราล์ฟ ฮาเซ่นฮึทเทิ่ล กุนซือชาวเยอรมัน ที่โด่งดังจากนำ แอร์เบ ไลป์ซิก จบฤดูกาล 2016-17 ด้วยการเป็นอันดับสองของบุนเดสลีกา ทั้งที่นั่นถือเป็นซีซั่นแรกของสโมสรกับการเล่นในลีกสูงสุดของเมืองเบียร์ สูงถึง 6 ล้านปอนด์ (ราว 246 ล้านบาท) ต่อปี 

UFABET คาสิโน 24 ชั่วโมง
UFABET คาสิโน 24 ชั่วโมง

    ขณะที่ “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล สโมสรคู่อริร่วมกรุงลอนดอน จ่ายเงินเพื่อเป็นแทงบอลสเต็ป  ค่ามันสมองของ อูไน เอเมรี่ สูงถึง 6 ล้านปอนด์ แต่ไม่สามารถนำทีมติดท็อปโฟร์ แถมยังแพ้ “สิงห์บลูส์” ในรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาด้วย 

ในส่วนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มอบความไว้เนื้อเชื่อใจให้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุมบังเหียนแบบถาวร พร้อมกับค่าเหนื่อยสูงถึง 7.5 ล้านปอนด์ (ราว 307.5 ล้านบาท) ต่อปี

สำหรับสัญญายาว 3 ปีของ “น้าโอเล่” ซึ่งเท่ากับ เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่เลือดเบียร์ ที่นำ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และอันดับ 2 ในตารางพรีเมียร์ลีกเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา

    สำหรับกุนซือที่ได้รับค่าเหนื่องเป็นอันดับ 2 ในลีกเมืองผู้ดีก็คือ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ นายใหญ่ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่เพิ่งเซ็นขยายสัญญาใหม่กับสโมสรถึง 5 ปี พร้อมรับทรัพย์ 8.5 ล้านปอนด์ (ราว 348.5 ล้านบาท) ต่อปีเลยทีเดียว

    ไม่ว่าผู้จัดการทีมคนไหนในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีจะได้รับรายได้เท่าไหร่ก็ตาม แต่เมื่อเทียบกับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมชาวสแปนิช เพราะเขาเป็นกุนซือที่มีรายได้สูงที่สุดในอังกฤษ

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ สตาร์ ลิเวอร์พูล
โมฮาเหม็ด ซาลาห์ สตาร์ ลิเวอร์พูล

และดูเหมือนจะสมน้ำสมเนื้อเพราะเขาสามารถนำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2 สมัยซ้อน โดยภายใต้สัญญาฉบับใหม่ แมนฯ ซิตี้ ได้มอบรายได้ให้กับ “เป๊ป” สูงมากน่าจะประมาณ 15-20 ล้านปอนด์ (ราว 615-820 ล้านบาท) ต่อปี 

     ขณะที่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส รับทรัพย์กับเลสเตอร์เพียงแค่ 5 ล้านปอนด์ (ราว 205 ล้านบาท) ต่อซีซั่น และ เอ็ดดี้ ฮาว นายใหญ่บอร์นมัธ รับเงินเพียงแค่ 4 ล้านปอนด์ (ราว 164 ล้านบาท) 

    ส่วน ฌอน ไดซ์ ผู้จัดการทีมเบิร์นลี่ย์ คาดว่าแทงบอลสเต็ป  มีรายได้จำนวน 3.5 ล้านปอนด์ (ราว 143.5 ล้านบาท) ต่อปี หลังจากที่ช่วยทีมอยู่รอดปลอดภัยในลีกสูงสุดเมื่อซีซั่นทีผ่านมา

UFABET เล่นคาสิโนให้รวย

ส่วน มาร์โก ซิลวา จาก เอฟเวอร์ตัน และ นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต กุนซือเคราดก วูล์ฟส์ รับทรัพย์เท่ากันจำนวน 3 ล้านปอนด์ (ราว 123 ล้านบาท) ต่อปี 

    ตบท้ายด้วย ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือเลือดสแปนิชจาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด คาดว่าได้เงิน 6 ล้านปอนด์ (ราว 246 ล้านบาท) แต่ อดีตนายใหญ่ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล, “ไอ้ค้างคาว” บาเลนเซีย, เชลซี และ “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน จะหมดสัญญากับ “สาลิกาดง” สิ้นเดือนมิถุนายนี้

ติดตามข่าวสารวงการฟุตบอลได้ที่ nssafame.com