แมนฯ ซิตี้สุดยอด
BRIGHTON, ENGLAND – MAY 12: Manchester City players throw Josep Guardiola, Manager of Manchester City in the air as they celebrate winning the Premier League title following the Premier League match between Brighton & Hove Albion and Manchester City at American Express Community Stadium on May 12, 2019 in Brighton, United Kingdom. (Photo by Matt McNulty – Manchester City/Man City via Getty Images)

แมนฯ ซิตี้สุดยอด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สามารถล้างอาถรรพ์ไม่มีสโมสรไหนสามารถป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้นับตั้งแต่ปี 2009 หลังจากที่พวกเขาไล่ถล่ม

ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 4-1 ในเกมสุดท้ายของฤดูกาล ส่งผลให้ “เรือใบสีฟ้า” เถลิงบัลลังก์เจ้าลูกหนังเมืองผู้ดีได้อย่างยิ่งใหญ่ โดยชนะ ลิเวอร์พูล เพียงแค่ 1 คะแนนเท่านั้น

ลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า โชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดโดยพวกเขาสะกดคำว่าแพ้และเสมอไม่เป็นเลย นับตั้งแต่เกมที่พ่าย นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

 เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2019 โดยเก็บชัยชนะ 14 แมตช์รวด ทำให้ แมนฯ ซิตี้ คว้าแชมป์ลีกในฤดูกาล 2018-19 โดยเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัย และเป็นแชมป์ลูกสูงสุดเมืองผู้ดี (ดิวิชั่น 1 กับ พรีเมียร์ลีก) 6 สมัยในหน้าประวัติศาสตร์ของสโมสร

   สำหรับโควตาสโมสรที่ได้ไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาล 2019-2020 ได้แก่ ลิเวอร์พูล รองแชมป์ที่ทำผลงานได้อย่างสุดยอด เมื่อพวกเขาเก็บแต้มได้ถึง 97 คะแนน

โดยแพ้เพียง 1 แมตช์เท่านั้นซึ่งก็เป็นเกมที่พ่ายให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตามด้วย เชลซี ทีมอันดับ 3 และ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่คว้าอันดับ 4 ไปครอง โดยท็อปโฟร์ของลีกอังกฤษ ได้เข้าไปเล่นในรอบแบ่งกลุ่มทันที

   ณ ขณะนี้ “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล คว้าอันดับ 5 ได้เข้าไปเล่นในรอบแบ่งกลุ่มฟุตบอลถ้วยใบเล็ก สำหรับ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พวกเขาจบตารางลีกในอันดับ 6 เท่านั้น แม้ว่าจะได้ตั๋วไปลุยฟุตบอลถ้วยยุโรปก็ตามแต่ แมนฯ ยูฯ ต้องเข้าไปเล่นในรอบคัดเลือกรอบสอง

   ในส่วนของสามสโมสรที่ต้องบ๊ายบายพรีเมียร์ลีกได้แก่ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ซึ่งนัดส่งท้ายลีกสูงสุดเมืองผู้ดีทำผลงานสุดยอดเมื่อปราบ “ปีศาจแดง” ถึงถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

ทำให้พวกเขาจบในอันดับ 18 สำหรับ “เจ้าสัวน้อย” ฟูแล่ม จบในอันดับ 19 และ ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ที่เก็บชัยชนะแค่ 3 แมตช์เท่านั้น และมีเพียง 16 คะแนนเป็นอันดับบ๊วยในตารางลีก  

   ด้านสโมสรที่เลื่อนชั้นในซีซั่นหน้าก็คือ นอริช ซิตี้ แชมป์เดอะ แชมเปี้ยนชิพ กับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด อันดับ 2 ซึ่งทั้งสองทีมได้เลื่อนชั้นแบบอัตโนมัติ ส่วนทีมสุดท้ายที่จะได้ตั๋วไปเล่นในพรีเมียร์ลีกต้องไปลุ้นเพลย์ออฟได้แก่ ลีดส์ ยูไนเต็ด, เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน, แอสตัน วิลล่า และ ดาร์บี้ เคาน์ตี้

   ขณะที่ดาวซัลโวสูงสุดในฤดูกาลนี้เป็นการครองตำแหน่งร่วมกันถึง 3 คนได้แก่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ สองแข้งจากลิเวอร์พูล และปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง กองหน้าตัวความหวังชาวกาบองจาก อาร์เซน่อล โดยทั้งสามแข้งซัดไปคนละ 22 ประตู

   ส่วนท็อปแอสซิสต์พรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้เป็นของ เอแด็น อาซาร์ เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่งของ เชลซี ที่ผ่านบอลให้เพื่อนไป 15 ครั้ง โดยอันดับสองเป็นของ ไรอัน เฟรเซอร์ ของบอร์นมัธ 14 ครั้ง

   ทางด้าน อลีสซง เบ็คเกอร์ มือกาวของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล คว้าผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม หลังเก็บคลีนชีพในลีกซีซั่นนี้ไป 21 เกม ส่วนอันดับ 2 เป็นของ เอแดร์ซอน นายด่านของทีมแชมป์ แมนฯซิตี้ ที่ทำไป 20 เกม

   ในส่วนของรางวัลส่วนตัว เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ เซนเตอร์แบ็กทีมชาติฮอลแลนด์จาก ลิเวอร์พูล ได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ (พีเอฟเอ) ประจำฤดูกาลนี้ รวมทั้งจาก บีบีซี และ โฟร์โฟร์ทู

ล่าสุก็เพิ่งได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2018-19 สำหรับ ราฮีม สเตอร์ลิง คว้ารางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยม พีเอฟเอ กับแข้งยอดเยี่ยมแห่งปีของ สมาคมนักข่าว (เอฟดับเบิ้ลยูเอ)

   *หมายเหตุ : สำหรับ อาร์เซน่อล ยังมีลุ้นที่จะได้ตั๋วไปลุย แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่มทันที หากพวกเขาคว้าแชมป์ ยูโรปา ลีก ในฤดูกาลนี้ ส่งผลให้จะเหลือโควตาอีก แมนฯ ซิตี้สุดยอด 1 ที่ๆ จะได้ไปเล่นรอบคัดเลือกรอบ 2

ยูโรปา ลีก โดยหาก แมนฯ ซิตี้ ได้แชมป์เอฟเอ คัพ ส้มจะหล่นที่ วูล์ฟแฮมป์ตัน แต่ถ้าในกรณีที่ วัตฟอร์ด คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ “แตนอาละวาด” จะได้ตั๋วไปแทน ผู้สื่อข่าว www.ufabet369.net รายงานข่าว

ติตตามข่าวสารได้ที่ nssafame.com และบทความมากมาย