สำหรับเกมพรีเมียร์ลีกแมตช์ที่ 6 โปรแกรมสำคัญอยู่ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ลิเวอร์พูล ที่ต้องลงสนามในฐานะทีมเยือน โดย “ปีศาจแดง” ออกไปโดย เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ย้ำแค้นอีกครั้งที่สนามลอนดอน สเตเดี้ยม ในขณะที่ “หงส์แดง” ออกไปเก็บ 3 แต้มสำคัญรั้งจ่าฝูงต่อไป พร้อมชัยชนะแบบร้อยเปอร์เซ็นต์

    ในส่วนของคู่ “ผีแดง” เยือน “ขุนค้อน” ต้องยอมรับว่าแมตช์นี้ยอดทีมแห่งถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไม่สามารถทำผลงานแบบเป็นชิ้นเป็นอัน แถมยังมาเจอทีเด็ดของ  อังเดร ยาร์โมเลนโก้  ก่อนหมดเวลาครึ่งแรก จากนั้นครึ่งหลังช่วงท้ายเกม เจ้าบ้านมีทีเด็ดจาก แอรอน เครสเวลล์  ที่ปั่นฟรีคิกสุดสวยนำทีมตอกฝาโลงฝั่งผีแดงลงหลุมไม่มีคืนชีพ

    ขณะที่ ลิเวอร์พูล ต้องบอกว่าทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในช่วงครึ่งแรกที่ได้สองประตูขึ้นนำไปก่อน แต่กระนั้นก็ยังมีจุดเปลี่ยนจากการใช้ “วีเออาร์” ในขณะที่ครึ่งหลัง “สิงโตน้ำเงินคราม” ทำผลงานได้เหนือกว่าแต่น่าเสียดายที่ยิงได้แค่ประตูเดียวเท่านั้น ไม่งั้นเกมนี้ “เดอะ เร้ดส์” อาจเศร้าได้


เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 2-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
– หลังจากที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ทำผลงานเก็บชัยชนะในเกมเยือน 9 แมตช์แรกในทุกรายการ ตอนนี้ “น้าลูกอม” ต้องพบผลงานน่าผิดหวังสะกดคำว่าชนะไม่เป็น 9 แมตช์เยือน (เสมอ 3 แพ้ 6)

แมนยูเศร้า, หงส์โบยบิน : เกร็ดหลังเกมลิเวอร์พูล และ แมนฯ ยูไนเต็ด


– เวสต์แฮม ชนะ 3 เกมจาก 5 แมตช์หลังสุดกับการเล่นในบ้านเกมพรีเมียร์ลีกพบ แมนฯ ยูไนเต็ด (เสมอ 1 แพ้ 1) เทียบเท่ากับผลงานก่อนหน้านี้พวกเขาเคยลงเล่นในบ้าน 23 เกมปะทะ “ผีแดง” ในลีกสูงสุด (ชนะ 3 เสมอ 11 แพ้ 9)
– มานูเอล เปเยกรีนี่ เป็นผู้จัดการทีมคนแรกที่เก็บชัยชนะในเกมพรีเมียร์ลีกพบกับนายใหญ่ 4 คนที่คุม แมนฯ ยูไนเต็ด (เดวิด มอยส์, หลุยส์ ฟาน กัล, โชเซ่ มูรินโญ่ และ โซลชา)
– แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่สามารถเก็บคลีนชีตในการเล่นเกม 11 เกมเยือนที่ผ่านมาจากทุกรายการ ถือว่าย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่ที่เสียประตู 14 เกมติดต่อกันช่วงระหว่างเดือนเมษายน-ธันวาคม 2002

แมนยูเศร้า, หงส์โบยบิน : เกร็ดหลังเกมลิเวอร์พูล และ แมนฯ ยูไนเต็ด


– “เร้ด เดวิลส์” แพ้ 7 เกมจาก 15 แมตช์หลังสุดในเกมพรีเมียร์ลีก (ชนะ 4 เสมอ 4 แพ้ 7) โดยเป็นความพ่ายแพ้ที่มากพอๆ กับสถิติของพวกเขาเมื่อ 40 เกมก่อนหน้านี้จากการเล่นทุกรายการ (ชนะ 25 เสมอ 8 แพ้ 7)
– นับตั้งแต่ออกสตาร์ทฤดูกาล 2011-12 ดาบิด เด เคอา เสียประตูในเกมพรีเมียร์ลีกจากจังหวะฟรีคิกโดยตรงมากกว่านายทวารคนอื่นๆ (12 ประตู)
– เฟลิเป้ อันแดร์ซอน เกี่ยวข้องโดยตรงกับ 15 ประตูของ เวสต์แฮม ในเกมพรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่ต้นฤดูกาลที่ผ่านมา (9 ประตูกับ 6 แอสซิสต์) มากกว่านักเตะ “ขุนค้อน” คนอื่นๆ ในช่วงเวลาดังกล่าว


เชลซี 1-2 ลิเวอร์พูล  
– ลิเวอร์พูล เป็นทีมแรกในหน้าประวัติศาสตร์ลีกสูงสุดที่ชนะ 6 เกมแรกในลีกสูงสุด สองฤดูกาลติดต่อกัน
– เชลซี เสีย 13 ประตูกับการเล่นเกมพรีเมียร์ลีก 6 แมตช์ในฤดูกาลนี้ พวกเขาเสียประตูมากที่สุดหลังจากผ่านไป 6 เกมลีกของซีซั่นนับตั้งแต่ฤดูกาล 1978-79 (13 ประตู) โดยสุดท้ายจบซีซั่นในอันดับบ๊วยในเกมดิวิชั่น 1 (ก่อนเปลี่ยนเป็นพรีเมียร์ลีก)

แมนยูเศร้า, หงส์โบยบิน : เกร็ดหลังเกมลิเวอร์พูล และ แมนฯ ยูไนเต็ด


– ลิเวอร์พูลเก็บชัยชนะ 15 เกมหลังสุดในพรีเมียร์ลีก (รวมซีซั่นที่แล้ว) โดยมีแค่ทีมเดียวที่คว้าชัยชนะยาวนานที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ลีกสูงสุดก็คือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (ชนะ 18 เกมระหว่างเดือนสิงหาคม-ธันวาคม 2017)

แมนยูเศร้า, หงส์โบยบิน : เกร็ดหลังเกมลิเวอร์พูล และ แมนฯ ยูไนเต็ด


– ลิเวอร์พูล เก็บ 34 ประตูจากการเล่นลูกเซตพีซในพรีเมียร์ลีกนับตั้งแต่ต้นฤดูกาลที่ผ่านมา
– เจอร์เก้น คล็อปป์ คุมทัพ ลิเวอร์พูล 150 เกมในพรีเมียร์ลีก โดยชนะ 92 แมตช์รั้งอันดับ 2 เป็นรอง โชเซ่ มูรินโญ่ ที่คุมทีมจำนวนเท่ากันแต่เก็บได้ 105 แมตช์


สนับสนุนข่าวโดย UFA369

  • ช่องทางการติดตามข่าวสาร คลิ๊ก–> nssafame.com