UFABET แทงบอลพารวย แว็งซองต์ กอมปานี เคยทะยานขึ้น

Image result for แว็งซองต์ กอมปานี

UFABET แทงบอลพารวย แว็งซองต์ กอมปานี เคยทะยานขึ้นโขกในเกม ‘แมนเชสเตอร์ ดาร์บี’ นัดที่พบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมนัดที่ 35 ของฤดูกาล 2011-12 ในช่วงก่อนหมดครึ่งเวลาแรก ซึ่งต่อมากลายเป็นประตูชัยที่ทำให้ความหวังในการลุ้นแชมป์กลับมาอยู่ในมือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อีกครั้ง

ลูกยิงไกลไม่ใช่ลูกถนัดของกอมปานี เพราะตั้งแต่ปี 2013 หรือ 6 ปีมาแล้ว กอมปานีไม่เคยยิงไกลเข้ากรอบเลยแม้แต่ครั้งเดียว!

สำหรับกอมปานีถึงจะไม่ใช่สิ่งที่เขาถนัด แต่เขากล้าหาญพอที่จะทำในสิ่งที่เขาเชื่อครับ และนั่นเป็นหนึ่งในคุณสมบัติพิเศษของคนที่เป็น ‘ผู้นำ’ ที่สามารถยืนหยัดเพื่อคนอื่นได้ในสถานการณ์ที่คับขัน และทำสิ่งพิเศษให้เกิดขึ้นด้วยตัวเอง

บางคนอาจบอกว่า ประตูนี้มีความสำคัญเทียบเท่ากับประตูที่ เซร์คิโอ อเกวโร ทำในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 4 ให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พลิกสถานการณ์กลับขึ้นไปนำควีนสปาร์ค เรนเจอร์ส 3-2 และเป็นประตูที่ส่งให้ ‘เรือใบสีฟ้า’ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกได้สำเร็จ

แต่ส่วนตัวผมกลับคิดถึงอีกประตูที่ความจริงแล้วก็มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน และเป็นประตูที่เขาเป็นคนทำด้วยตัวเอง

ประตูที่ว่าคือ ลูกที่ แว็งซองต์ กอมปานี ทะยานขึ้นโขกในเกม ‘แมนเชสเตอร์ ดาร์บี’ นัดที่พบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมนัดที่ 35 ของฤดูกาล 2011-12 ในช่วงก่อนหมดครึ่งเวลาแรก ซึ่งต่อมากลายเป็นประตูชัยที่ทำให้ความหวังในการลุ้นแชมป์กลับมาอยู่ในมือแมนเชสเตอร์ ซิตี้อีกครั้ง

ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว ซิตี้เคยตกอยู่ในสถานการณ์ตามหลังยูไนเต็ดไกลถึง 8 แต้ม เมื่อเข้าเดือนเมษายน!

ประตูของกอมปานีลูกนั้นทำให้ซิตี้ ซึ่งก่อนลงสนามตามหลังอยู่ 3 คะแนน (ยูไนเต็ดพลาด 2 เกม ทำให้เสียไป 5 คะแนน) กลับมามีแต้มเท่ากัน และมีประตูได้เสียที่ดีกว่า 9 ประตูด้วยกัน

ถ้ากัปตันทีมเรือใบสีฟ้าไม่ได้โหม่งพังประตูในลูกนั้น แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คงจะหมดโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรก (เป็นแชมป์ลีกครั้งแรกในรอบ 44 ปี) และ ‘เส้นเวลา’ ของพวกเขาก็อาจจะเปลี่ยนแปลงไป ไม่ได้เป็นทีมมหาอำนาจของวงการฟุตบอลอังกฤษเหมือนในทุกวันนี้

ประตูในเกมล่าสุดที่กอมปานีทำได้ในเกมกับเลสเตอร์ฯ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา (6 พ.ค.) จึงมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันครับ

อย่างที่เรารู้ การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้เป็นไปอย่างเข้มข้นที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา การขับเคี่ยวระหว่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้และลิเวอร์พูลเป็นไปอย่างดุเดือด ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ไม่มีใครที่คิดยอมใคร

ในขณะที่ซิตี้ ทีมที่แข็งแกร่งที่สุด ยังรักษามาตรฐานการเล่นที่น่าเหลือเชื่อต่อจากฤดูกาลที่แล้วเอาไว้ได้ ลิเวอร์พูลเองก็ยกระดับตัวเองขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ และที่สำคัญกว่า เรื่องของฝีเท้าคือเรื่องของพลังใจที่ช่วยพลิกสถานการณ์ให้พวกเขามานักต่อนัก

ความอึดที่เหมือน บรูซ วิลลิส ใน Die Hard ของลิเวอร์พูล สร้างความกดดันให้กับซิตี้ได้มากพอสมควรครับ

Image result for แว็งซองต์ กอมปานี

จากสิ่งที่ได้เห็น ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ค่อยๆ ปรับสไตล์การเล่นจากเน้นความสวยงามมาเน้นเรื่องของผลการแข่งขันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของฤดูกาล ที่เรียกว่าช่วง Run-In พวกเขาทำทุกสิ่งที่จำเป็นต้องทำ เพื่อที่จะคว้าชัยชนะให้ได้

อาจจะไม่สะบักสะบอมเท่ากับคู่แข่งจากเมอร์ซีย์ไซด์ฯ แต่ก็มีหลายนัดที่แชมป์เก่ามีอาการตึงมือ

โดยเฉพาะในเกมกับเลสเตอร์ฯ ซึ่งมีจุดเชื่อมโยงของเรื่องราวที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการที่ทีม ‘จิ้งจอก’ มีผู้จัดการทีมที่ชื่อ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ที่เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เคยคุมทัพลิเวอร์พูล เบียดลุ้นแชมป์กับซิตี้จนถึงนัดสุดท้ายก่อนพ่ายภัยตัวเอง การที่เลสเตอร์ฯ เป็น 1 ใน 4 ทีม ที่เอาชนะซิตี้ได้ในฤดูกาลนี้ และการที่ เจมี วาร์ดี หัวหอกตัวเก่ง ซึ่งกลับมาอยู่ในฟอร์มร้อนแรง เป็นกองหน้าที่ชอบยิงประตูทีมซิตี้ของเป๊ปมากที่สุดถึง 5 ลูก จากการลงสนาม 6 นัด

เลสเตอร์ฯ ทำให้ซิตี้ประสบปัญหามากพอสมควรตลอดทั้งเกม โดยเฉพาะในเกมรับที่พวกเขาปักหลักตรึงกำลังช่วยกันต้านทานราวกับเป็นเหล่าทหารหาญที่ต่อสู้กับกองทัพไนต์วอล์กเกอร์ในสมรภูมิที่แดนเหนือ

ในสถานการณ์ที่ยากลำบากแบบนี้ ในเวลาเดียวกันก็เป็นสถานการณ์ที่สร้างวีรบุรุษขึ้นมาด้วยครับ ซึ่งก็เป็นกอมปานีที่กลายเป็นฮีโร่ที่ไม่มีใครคาดคิด

ลูกยิงไกลไม่ใช่ลูกถนัดของเขา เพราะตั้งแต่ปี 2013 หรือ 6 ปีมาแล้ว กอมปานีไม่เคยยิงไกลเข้ากรอบเลยแม้แต่ครั้งเดียว!

ไม่แปลกที่จะไม่มีใครในทีม หรือแม้แต่กองเชียร์ที่อยากให้เขาง้างเท้า

กอมปานีเองก็ยอมรับว่า ในจังหวะนั้นเขาได้ยิน Don’t shoot Vinnie (ซึ่งผมเชื่อว่า ต่อไปจะกลายเป็นเพลงเชียร์สนุกๆ แน่) ดังกระหึ่มเต็มสองรูหู

แต่เขาไม่สนใจและเลือกที่จะตะบันให้สุดแรงเกิด ซึ่งความจริงลูกนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ครับ มันอาจจะเหินข้ามคานออกไปไกลลิบ หรืออาจจะติดเซฟของ แคสเปอร์ ชไมเคิล ที่วันนี้ยอดเยี่ยมเหลือเกิน ก็เป็นไปได้เหมือนกัน

ทว่า สุดท้ายบอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมบนสุดสนั่น เป็นประตูที่นอกจากจะสวยงามระดับส่งเข้าประกวดประตูยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาลได้แล้ว ยังเป็นประตูสำคัญที่เชื่อว่า อาจทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เฉือนเอาชนะลิเวอร์พูลในการลุ้นแชมป์ฤดูกาลนี้ได้ด้วย

ราวกับมีใครสักคนบนฟ้าที่เขียนบทเอาไว้ให้เลยว่าไหม?

แต่ในเวลาเดียวกัน เรื่องนี้ทำให้ผมคิดถึงอะไรบางอย่าง

ลองจินตนาการตามดูนะครับว่า หากเป็นเราตกอยู่ในสถานการณ์นั้นเหมือนกันจะทำอย่างไร

เลือกที่จะทำทุกอย่างเหมือนที่เคยทำมา หรือจะเลือกทำในสิ่งที่แตกต่างออกไป?

สำหรับกอมปานี ถึงจะไม่ใช่สิ่งที่เขาถนัด แต่เขากล้าหาญพอที่จะทำในสิ่งที่เขาเชื่อครับ และนั่นเป็นหนึ่งในคุณสมบัติพิเศษของคนที่เป็น ‘ผู้นำ’ ที่สามารถยืนหยัดเพื่อคนอื่นได้ในสถานการณ์คับขัน และทำสิ่งพิเศษให้เกิดขึ้นด้วยตัวเอง

ผมชอบสิ่งที่เขาพูดหลังจบเกม (แม้จะเจ็บปวดกับผลการแข่งขันก็ตาม!) ว่า “ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา ผมพูดเสมอว่า ผมให้สัญญาเลย วันหนึ่งผมจะยิงจากนอกกรอบเขตโทษ และพวกคุณจะมีความสุขกับลูกนั้นแน่

คำพูดนั้นยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจในตัวเองที่มีอยู่ลึกๆ

เขาเชื่อว่า เขาจะทำได้ และความเชื่อนั้นก็ทำให้เกิดสิ่งมหัศจรรย์ขึ้น

ชีวิตคนเราบางครั้งก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเพียงเสี้ยววินาทีแบบนี้แหละครับ ว่าเราจะเลือกทำหรือไม่ทำอะไร

กล้าหรือไม่กล้า?

ไม่ว่าผลการตัดสินใจในเสี้ยววินาทีนั้นจะเป็นเช่นไร จะออกมาดีหรือร้ายก็ตาม ผมเชื่อว่า หากเรากล้าพอ มันจะเป็นเสี้ยววินาทีที่ยิ่งใหญ่ที่เราจะจดจำไปตลอดชั่วชีวิตที่เหลือของเราครับ 


UFABET สูตรแทงบอล

สนับสนุนสาระดีๆโดย UFABET