UFABET โปรแกรมบอล กับปัญหาในการบริหารของอาแจ็กซ์ สั่งสมเรื่อยมา แต่ด้วยความที่เป็นสายเลือดอาแจ็กซ์ ครัฟฟ์ ยังทำงานที่ปรึกษาให้สโมสรหลายครั้ง ปี 2008 ก็เป็นอีกหนที่ครัฟฟ์ รับปากช่วยงานปฏิรูปการฝึกสอนเยาวชน ช่วงนั้น อาแจ็กซ์ ดึงมาร์โก ฟาน บาสเทน กลับมาเป็นกุนซือ

UFABET โปรแกรมบอล

การทำงานของทั้งคู่ไม่ราบรื่นนัก ครัฟฟ์ เห็นว่าควรเปลี่ยนโค้ชหลายรายในทีมให้เรียบร้อยก่อนเดือนเมษายน จะได้มีเวลาวางระบบทีมและมีเวลาให้โค้ชที่ตกงานได้หางานใหม่

แต่ฟาน บาสเทน เห็นว่าเร็วเกินไป สโมสรตกลงกับ ฟาน บาสเทน ว่าจะให้เริ่มงานใหม่หลังจบยูโร เมื่อไม่สามารถเกลี้ยกล่อมเรื่องแนวทางการจ้างทีมโค้ชใหม่ ครัฟฟ์ เริ่มถอยห่างออกมา ไม่ถึงกับตีเส้นความสัมพันธ์ใหม่แบบกระทบสถานะเพื่อน หลังเหตุการณ์นั้น บทบาทในสโมสรของครัฟฟ์ ลดลงเรื่อย ๆ เหลือแค่ถูกเรียกเข้าไปสังเกตการณ์ UFABET ตารางบอล ทีมสำรอง และ ทีมเยาวชนลงเล่นทุก ๆ 2 – 3 เดือน

อดีตแข้งทีมชาติเล่าว่า UFABET โปรแกรมบอล หลังซ้อมเสร็จเขามักไปร่วมวงพูดคุยกับผู้เล่นที่ห้องโถงรับประทานอาหาร อันเป็นสถานที่ซึ่งเขามักพบปะคนคุ้นเคย ตั้งแต่สมัยทำงานเป็นนักเตะ และ โค้ช ช่วงเวลานี้เองที่ครัฟฟ์ เริ่มได้ยินผู้เล่น และ สต๊าฟฟ์พูดคุยกันถึงบรรยากาศในสโมสรว่าไม่ค่อยราบรื่น เป็นเวลาเกือบทศวรรษแล้วที่ อาแจ็กซ์ ถูกเรียกว่าเป็นหนึ่งในทีมแถวหน้าของยุโรป ขณะที่ “ปรัชญาแบบอาแจ็กซ์” ลดน้อยลงทุกวัน

ช่วงเวลาเดียวกัน ครัฟฟ์ เห็นว่าสไตล์การเล่นของทั้ง อาแจ็กซ์ และทีมชาติเนเธอร์แลนด์ มีข้อบกพร่องเล่นแบบไร้จินตนาการคนทั่วไปเห็นว่าการวางตำแหน่ง และ แง่เทคนิค ของกังหันสีส้มยอดเยี่ยม ปี 2010 ถึงขั้นเข้าชิงแชมป์ฟุตบอลโลกอีกหน แต่ ครัฟฟ์ กลับมองว่า การเล่นของเนเธอร์แลนด์มีปัญหา และ ขัดกับแนวคิดเรื่องการเล่นที่เป็นพื้นฐานสำคัญ

ยกตัวอย่าง UFABET  กองหลังมักถอยร่นเข้าหาประตูฝั่งตัวเองเมื่อทีมเสียบอล แค่นี้ก็ทำให้ทั้งทีมลำบาก เพราะกองหลังที่ถอยร่นเร็วเกินไปทำให้กองกลางสับสน ขัดกับหลักการพื้นฐานที่สมัยเขาสอนกัน คือ เมื่อเสียบอลต้องทำให้สนามเล็กลง เพื่อบีบพื้นที่การถอยร่นของแนวรับส่งผลตามมา คือ กองหน้าถูกทิ้งระยะห่างจากเพื่อนร่วมทีมมากขึ้น การเล่นแบบนี้ทำให้ทีมเสียสมดุล ผู้เล่นในสนามไม่สามารถเชื่อมต่อกันได้

นี่คือปัญหาจากการนำผู้เล่นที่ไม่ได้รับการบ่มเพาะที่เหมาะสมลงเล่น ซึ่ง ครัฟฟ์ เห็นปัญหานี้จากทั้ง ทีมอาแจ็กซ์ และ ทีมกังหันสีส้ม ต้นตอของปัญหา ตามความเห็นของครัฟฟ์ มาจากวิธีฝึกซ้อมของ อาแจ็กซ์ เพราะจากประสบการณ์ของเขา ตั้งแต่ยุคก่อนไรนุส มิเชลส์ การฝึกซ้อม และ วิธีเล่นของทีมชาติก็ได้รับอิทธิพลจาก อาแจ็กซ์

การซ้อม UFABET โปรแกรมบอล ของ อาแจ็กซ์ ในช่วงที่มีปัญหายึดกับหลักการที่ทั้งไม่เข้าท่า และ ตกยุค ทีมชาติก็พลอยฝึกซ้อมแบบนั้นตามไปด้วย นั่นคือ เน้นซ้อมแบบรวมกลุ่มตามนโยบายสโมสร แต่ไม่โฟกัสที่การพัฒนาศักยภาพของปัจเจก เพื่อปลูกฝังความเข้าใจและ ลับคมทักษะเฉพาะเจาะจง ประกอบกับช่วงเวลาเดียวกัน ครัฟฟ์ สังเกตว่า ความนิยมของการเล่นฟุตบอลบนท้องถนน ที่เขามองว่าเป็นอิทธิพลที่หล่อหลอมเขามาด้วย ก็เสื่อมลง

เยาวชนฝึกซ้อมเรื่องทักษะพื้นฐาน 10 ชั่วโมง ต่อสัปดาห์ หรือน้อยกว่านั้น ที่สำคัญคือ ผู้เล่นเยาวชนทำแบบนี้ไป 2 – 3 ปีซึ่งเสียเวลาอันมีค่า ผลลัพธ์คือผู้เล่นมากพรสวรรค์ที่เคยแจ้งเกิดจากเยาวชน ตั้งแต่ยุคเขาไปจนถึงปี 1995 จางหายลงเรื่อย ๆ ทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่ทำให้ อาแจ็กซ์ และ เนเธอร์แลนด์ ไม่สามารถยืนหยัดในหัวแถวทีมชั้นยอดของยุโรปในระยะยาว

ปัญหานี้เหมือนระเบิดเวลาที่เรื้อรังนานปี เริ่มออกฤทธิ์ในช่วง 2008 และ มาปะทุในปี 2010 จุดพีกสำหรับครัฟฟ์ คือเกมที่แพ้ เรอัล มาดริด 0 – 2 ในรอบแบ่งกลุ่มศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ครัฟฟ์ มองว่า หากยังเล่นแบบนี้สกอร์อาจเป็น 0 – 12 ก็ได้ ด้วยอารมณ์ขัดใจ ครัฟฟ์ เขียนบทความวิจารณ์ทีมรักแบบเละเทะ ลงสื่อความพ่ายแพ้ และบทความนั้นเป็นจุดเปลี่ยนสู่การปฏิวัติของครัฟฟ์

ใจกลางของปัญหา ครัฟฟ์ เล็งเห็นว่าสโมสรเต็มไปด้วยคนที่ไม่มีองค์ความรู้เรื่องฟุตบอล ไม่มีอดีตนักฟุตบอลชุดใหญ่ของทีมแม้แต่คนเดียว ที่ทำงานในตำแหน่งสมาชิกบอร์ด หรือ คณะกรรมการฝ่ายบริหาร จนต้องเรียกร้องให้เปลี่ยนบอร์ดบริหาร ตั้งแต่ประธานสโมสรไปจนถึงผู้อำนวยการทั่วไป

เขาแนะนำว่าควรเป็นคนอย่างวิม ยองค์ และเดนนิส เบิร์กแคมป์ มาเป็นผู้สนับสนุนการทำงานในสนามของอาแจ็กซ์ ประการสำคัญคือ อาแจ็กซ์ ไม่สามารถแข่งกับทีมใหญ่ของยุโรปในเรื่องซื้อตัว ไม่สามารถจ่ายค่าตัวและค่าเหนื่อยแพงลิบ การเจรจากับเอเยนต์ส่วนตัวที่หน้าเลือดก็เป็นเรื่องไม่ฉลาดนัก หนทางที่จะกลับไปสู่ความรุ่งเรืองคือหยุดซื้อนักเตะต่างชาติค่าตัวเกินฝีเท้า หันมาสร้างผู้เล่นเยาวชนที่โตมาจากภายในทีม